ดร.พิทักษ์ มหบุญพาชัย เสนอแนวคิดห้ามผู้สมัครหาเสียง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำคนจนหมดสิทธิ์เข้าสภาฯ
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานมหบุญพาชัยทนายความ จังหวัดกำแพงเพชร ดร.พิทักษ์ มหบุญพาชัย ประธานโค้ชSTRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยว่าที่ พ.ต.ชวลิต เขตตลาด ประธานชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดกำแพงเพชร นายบูชา พงษ์ภมร ที่ปรึกษาชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดกำแพงเพชร และโค้ชอุดม วราหะ นายกสมาคมนักสื่อสารมวลชนไท (สนท.) ได้นัดพบหารือ “จิบกาแฟแชร์ความคิด” ถึงภาวะวิกฤตทางการเมือง และบ้านเมือง ว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนชมรมSTRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดฯฝ่าวิกฤตไปได้อย่างไร ในเมื่อภาวการณ์แบบนี้มีผลกระทบกับเครือข่ายชมรมเป็นอย่างมาก
ที่ประชุมมีแนวคิดให้สมาชิกดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท
โดยยึดหลักความพอเพียง
ไม่ฟุ่มเฟือยใช้จ่ายเกินความสามารถในการหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ในโอกาสเดียวกันการทำหน้าที่เป็นหู
เป็นตาคอยแจ้งเบาะแสให้ทางสำนักงาน
ป.ป.ช.ทราบเพื่อเป็นการป้องปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ที่กำลังลุกลามไปในวงกว้าง
ว่าที่ พ.ต.ชวลิต เขตตลาด ประธานชมรม STRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวในที่ประชุมว่า การปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชน นักเรียนนักศึกษา เป็นอีกหนึ่งยุทธวิธีที่ได้เตรียมวางแผนไว้แล้ว ด้วยการสานต่อ การตั้งชมรมSTRONGเยาวชนในสถานศึกษาขึ้น จะเริ่มที่โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ อีกไม่นานจะมีผลคืบหน้า ชัดเจน และเป็นรูปธรรม
ดร.พิทักษ์ มหบุญพาชัย ประธานโค้ชSTRONG-จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น สาเหตุมาจากการซื้อสิทธิขายเสียงที่ทำกันอย่างเปิดเผย ไม่มีความอับอาย ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ในขณะนี้ นักการเมืองหลายกลุ่ม หลายพรรค ออกมารณรงค์เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัดเอาเรื่องจริยธรรมออกไปจากสารบบการเมืองการปกครอง เห็นแล้วน่าห่วงใย ถ้าสังคมหรือคนในสังคมเมิน มองไม่เห็นคุณค่าของคำว่าจริยธรรม แล้วสังคมจะอยู่กันอย่างไร?
“ถ้าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันจริง ๆอยากจะขอฝากเรื่องกติกาการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมากติกาการเลือกตั้งให้ผู้สมัคร ส.ส.ใช้จ่ายในการหาเสียงเขตละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นการปิดโอกาสให้คนดีแต่มีเงินไม่มาก สู้กับคนรวยไม่ได้ คนรวยได้เปรียบคนจน เป็นความเหลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัด ขอเสนอว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งต่อไปฝากคนร่างให้คิดกติกาใหม่ เพื่อความเท่าเทียมกัน ผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนไม่ต้องหาเสียง ถ้าความดีมีอยู่จริง คนในท้องถิ่นรู้จักก็จะได้รับเลือกเข้ามา ไม่ต้องมาใช้จ่ายเงินหาเสียงก่อนวันเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะเป็นผู้เผยแพร่ประวัติของผู้สมัครทุกคนเอง ผ่านทางช่องทางสื่อของรัฐที่มีอยู่มากมาย” ดร.พิทักษ์ กล่าวและว่า
อีกหนึ่งมาตรการที่น่านำมาใช้ในการเลือกตั้ง
ส.ส.คือการเก็บตัวผู้สมัครช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้ง โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ
จะเป็นผู้จัดหาสถานที่ที่เหมาะสม อำนวยความสะดวก สบายตามสมควร
ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผู้มีอิทธิพลที่เรานิยมเลือกกันว่าบ้านใหญ่
ไปใช้อิทธิพลข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามหรือคู่แข่ง
ป้องกันการใช่อิทธิพลข่มขู่เจ้าพนักงานเลือกตั้งอำนวยประโยชน์
อาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมขึ้นได้
“อยากให้รัฐจัดสรรงบประมาณมาใช้สำหรับการเลือกตั้ง
ด้วยการจ่ายเงินให้ประชาชนทุกคนที่เดินทางมาใช้สิทธิ์ลงคะแนน
เป็นการตอบแทนแบ่งเบาภาระในการเดินทางคนละ 500 บาท
ถ้าทำได้จะมีผู้มาใช้สิทธิกันเต็มร้อยโดยที่รัฐไม่ต้องไปทุ่มเงินงบประมาณไปใช้ในรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงด้วยเงินมหาศาล
สู้เอาเงินก้อนนั้นมาใช้ ให้เป็นค่าตอบแทนประชาชน จะได้ผลมากกว่า”ดร.พิทักษ์
มหบุญพาชัย กล่าว.

