🔴 กำลังฮอต โนโรไวรัสคืออะไร?
ที่นี่มีคำตอบ!
โนโรไวรัส (Norovirus)
ตัวการท้องเสียระบาดในเจ้าตัวเล็ก
อาการติดเชื้อท้องเสียที่ระบาดกันมากในเด็กตลอดทั้งปี
โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลใจนั้น
อาจไม่ได้มาจากเชื้อแบคทีเรีย แต่มีต้นเหตุจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า โนโรไวรัส (Norovirus)
ซึ่งส่งผลให้เจ้าตัวเล็กมีอาการท้องเสีย
คลื่นไส้ อาเจียนค่อนข้างรุนแรง
ยิ่งถ้าภูมิต้านทานต่ำอาการอาจหนักและร้ายแรงถึงแก่ชีวิตได้
เพราะฉะนั้นการรู้เท่าทันไวรัสชนิดนี้ย่อมช่วยให้สามารถดูแลป้องกันเจ้าตัวเล็กและทำการรักษาได้ทันท่วงที
รู้จักโนโรไวรัส
โนโรไวรัส
(Norovirus)
เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร
ไวรัสชนิดนี้ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วแม้ร่างกายได้รับเชื้อในปริมาณเพียงเล็กน้อย
ที่สำคัญทนต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ดี
ดังนั้นเมื่อเกิดการปนเปื้อนของโนโรไวรัสในอาหารและน้ำดื่ม จึงทำให้เกิดอาการท้องเสีย
อาเจียน และสามารถติดต่อกันได้ง่าย
เนื่องจากใช้เวลาเพียงไม่นานในการแพร่กระจายเชื้อ ไวรัสนี้พบระบาดได้มากในฤดูหนาว
ติดต่อได้ง่ายในสภาพอากาศเย็น และทำให้เกิดโรคทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
อาการที่พบอาการที่พบบ่อยหากได้รับเชื้อโนโรไวรัสภายใน 24 – 48 ชั่วโมง ได้แก่ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ / ปวดท้อง /คลื่นไส้ /อาเจียน /ปวดศีรษะ /ไข้ต่ำ /ปวดเมื่อยตามร่างกาย/อ่อนเพลีย
การตรวจและรักษา
ตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อโนโรไวรัส
ทำได้โดยการเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อส่งตรวจพิเศษกับห้องปฏิบัติการ
หากพบว่าติดเชื้อโนโรไวรัส แพทย์จะทำการดูแลรักษาตามอาการเป็นสำคัญ
หากเด็กมีภูมิต้านทานที่ดีอาการจะดีขึ้นและหายได้เองภายใน 2 – 3 วัน
แต่หากเด็กเกิดการขาดน้ำอาจทดแทนด้วยการดื่มน้ำเกลือแร่หรือการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด
รับประทานอาหารอ่อน ๆ หรือให้ยาแก้อาเจียนและยาแก้ปวดท้องแต่ถ้าเด็กภูมิต้านทานต่ำ
มีอาการรุนแรงถึงขั้นถ่ายตลอดเวลาต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
เพราะอาจเกิดการช็อก ความดันต่ำ และเสียชีวิตได้
การติดต่อของโรคเชื้อโนโรไวรัสสามารถติดต่อได้ง่ายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง
ด้วยพฤติกรรมต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโนโรไวรัส
พบบ่อยในน้ำดื่ม น้ำแข็ง ผักผลไม้สด หอยนางรม เป็นต้น
เด็กจับหรือสัมผัสกับสิ่งของที่มีเชื้อโนโรไวรัสแล้วเอานิ้วเข้าปาก
สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง
ป้องกันระวังติดเชื้อการดูแลใส่ใจเรื่องความสะอาดคือหัวใจสำคัญของการป้องกันการติดเชื้อโนโรไวรัส
ได้แก่ ก่อนทานหรือหยิบจับอาหารและหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
การล้างมือให้สะอาดต้องล้างด้วยน้ำสบู่
โดยให้น้ำไหลผ่านไม่ต่ำกว่า 15 วินาที
ดื่มน้ำที่สะอาด
เลือกรับประทานอาหารที่สุก สะอาด สดใหม่
เลี่ยงการหยิบจับหรือทำอาหารให้ผู้อื่น
/ ใช้ช้อนกลางหากต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น เพราะเชื้อโนโรไวรัสสามารถติดต่อได้ง่ายและปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน
รวมถึงยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อไวรัสชนิดนี้โดยเฉพาะ
จึงควรดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดในเรื่องของการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด
ที่สำคัญล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ห่างไกลจากเชื้อโนโรไวรัส
❐
ข้อมูลโดย
Doctor Image
นพ. พรเทพ สวนดอก
กุมารเวชศาสตร์



