ปรับโควิด เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง เริ่ม 1 ต.ค. 65 ย้ำ !! กลุ่มเสี่ยงรีบมารับวัคซีนเข็มกระตุ้น ป้องกันป่วยหนัก เสียชีวิต
นายอนุทิน
ชาญวีรกูล
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ว่า วันที่ 1
ตุลาคมนี้ เป็นช่วงที่มีการปรับโรคโควิด 19 จากโรคติดต่ออันตราย
เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ยืนยันว่าการดำเนินงานต่างๆ จะไม่มีรอยต่อและไม่มีผลกระทบต่อการบริการประชาชน
ระบบการดูแลต่างๆ มีความพร้อม อย่างไรก็ตาม ขอย้ำให้กลุ่มเสี่ยง 608
ยังต้องมารับวัคซีนเข็มกระตุ้น
เนื่องจากขณะนี้ผู้เสียชีวิตจากโควิดยังเป็นกลุ่มนี้เกือบ 100%
รวมทั้งยังแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปในพื้นที่เสี่ยงหรือร่วมกิจกรรมที่มีความเสี่ยง
ที่มา :
กระทรวงสาธารณสุข
////////////////////////
สาธารณสุขย้ำโรคโควิดยังคงน่ากลัว
ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง
สาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชรเน้นย้ำในช่วงนี้สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ในประเทศไทย
มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นบ้าง แต่อยู่ในระดับที่ไม่มาก และจะลดลงตามลำดับ
สอดคล้องกับลักษณะทั่วไปของการระบาดของโรคติดเชื้อ
ทั้งนี้ในการดำเนินการรายงานผลจำนวนผู้ป่วย
ผู้ติดเชื้อรายงานยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน
และขอให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัย
ลดการสัมผัสกับผู้ต้องสงสัยและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นดูแลรักษาสุขภาพ
ล้างมือบ่อยๆ
และหมั่นสังเกตุอาการคนรอบข้างและตนเองหากสงสัยว่าจะมีอาการป่วยให้รีบปรึกษาเพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที..
- รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากผู้อื่น (อย่างน้อย 1
เมตร) แม้ว่าผู้นั้นจะไม่ได้ป่วยก็ตาม
- สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ
โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิดหรือเว้นระยะห่างไม่ได้
- หลีกเลี่ยงพื้นที่ปิด พยายามอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งและอากาศถ่ายเทสะดวก
เปิดหน้าต่างเมื่ออยู่ในพื้นที่ปิด
- ล้างมือบ่อยๆ โดยใช้สบู่และน้ำ
หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมหลักเป็นแอลกอฮอล์
- รับวัคซีนเมื่อได้รับสิทธิ์
ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในพื้นที่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน
- ปิดจมูกและปากด้วยข้อพับด้านในข้อศอกหรือกระดาษชำระเมื่อไอหรือจาม
- เก็บตัวอยู่บ้านเมื่อรู้สึกไม่สบาย
