บอร์ดโรคติดต่อฯ ออกมติ ยกเลิก ใช้ซิโนแวค 2 เข็ม ปรับสูตรใหม่ฉีด SV+AZ สั่งทุก รพ. เริ่มปฎิบัติเลย
วันนี้ (12 ก.ค.64) ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติครั้งที่ 7/2564 โดยมี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส
การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กลาโหม
มหาดไทย แรงงาน ศึกษาธิการ การต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ UHOSNET โรงพยาบาลเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข
ผู้แทนสภาวิชาชีพและองค์กรอิสระ ร่วมการประชุมและประชุมผ่านระบบออนไลน์
นายอนุทิน
กล่าวว่า สถานการณ์โรคโควิด-19
ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เป็นการระบาดที่เกิดจากไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา
และมีแนวโน้มแพร่เชื้อไปต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสถานประกอบการ โรงงาน
ตลาดค้าส่ง หากไม่มีมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่เข้มงวด มีประสิทธิภาพ คาดการณ์ว่า
อาจพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 10,000 ราย/วัน หรือสะสมมากกว่า 100,000 ราย ใน 2 สัปดาห์ ส่งผลทำให้มีการเสียชีวิตเกิน 100 ราย/วัน
จำเป็นต้องใช้มาตรการยาแรงจะดำเนินการพร้อมกันในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
เช่น ห้ามการรวมกลุ่มคนมากกว่า 5 คน
จำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด ลดจำนวนขนส่งสาธารณะข้ามจังหวัดระยะไกล
ปิดสถานที่เสี่ยง ให้พนักงาน Work from home ให้มากที่สุด
เพื่อลดโอกาสสัมผัสโรค ลดการเคลื่อนย้าย และลดกิจกรรมของบุคคลให้มากที่สุด
รวมถึงปรับแผนการฉีดวัคซีน ระดมฉีดกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคทั่วประเทศ ตั้งเป้าฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ 60
ปีขึ้นไปในพื้นที่ระบาดรุนแรง เช่น กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ให้ได้ 1 ล้านคน ภายใน 1-2 สัปดาห์
เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันมากกว่า 80%
เนื่องจากกลุ่มนี้หากติดเชื้อมีความเสี่ยงเสียชีวิตสูง โดยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 11 กรกฎาคม 2564
ฉีดวัคซีนไปแล้ว 12,569,213 โดส เป็นเข็ม 1 จำนวน 9,301,407 ราย เข็ม 2
จำนวน 3,267,806 ราย
นายอนุทิน
กล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบ 4 ประเด็นต่อการควบคุมโรคโควิด-19 คือ
1. การฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
(Booster dose) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า
โดยห่างจากเข็ม 2 นาน 3-4 สัปดาห์
เพื่อกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันให้สูงและเร็วที่สุด
เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า
และธำรงระบบบริการสาธารณสุขของประเทศไทย เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนซิโนแวค
ครบแล้วนานมากกว่า 3 เดือน
จึงควรได้รับการกระตุ้นในเดือนกรกฎาคมได้ทันที อาจเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า หรือ
ไฟเซอร์
2. การให้ฉีดวัคซีนโควิดสลับ
2 ชนิด เข็ม 1 เป็นวัคซีนซิโนแวค
และเข็ม 2 เป็นแอสตร้าเซนเนก้า โดยห่างจากเข็มแรกนาน 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลต้า
ซึ่งจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสให้อยู่ในระดับที่สูงได้เร็วมากขึ้น
เป็นประโยชน์ต่อผู้รับวัคซีน
3. แนวทางการใช้
Antigen Test Kit ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19
โดยใช้ Antigen Test Kit ที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ปัจจุบันขึ้นทะเบียนแล้ว 24 ยี่ห้อ
โดยอนุญาตให้ตรวจในสถานพยาบาล และหน่วยตรวจที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการตรวจ RT-PCR
ที่มีมากกว่า 300 แห่ง ช่วยลดระยะเวลารอคอย
และในระยะต่อไปจะอนุญาตให้ประชาชนตรวจเองได้ที่บ้าน
โดยจะมอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัด และคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร
กำกับการดำเนินงานตามแนวทางปฏิบัติ และ 4. แนวทางการแยกกักที่บ้าน
(Home isolation) และการแยกกักในชุมชน (Community
isolation) สำหรับผู้ป่วยโควิด 19
ที่มีเงื่อนไขเหมาะสม หรือไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้
รวมทั้งการแยกกักในชุมชนในกรณีการติดเชื้อโควิด-19
ในชุมชนเป็นจำนวนมาก
โดยมีกระบวนการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจากสถานพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยและเป็นมาตรฐานในการดูแลรักษา เช่น
มีเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ เครื่อง Oxymeter วัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
และยารักษาโรค โดยมอบหมายให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
และคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร นำเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป นอกจากนี้
ยังรับทราบแนวทางการจัดทีมดูแลผู้ป่วยโควิด-19
กลุ่มสีเขียวหรือกลุ่มผู้ป่วยที่ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน ในพื้นที่ กทม.
“การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19
จะช่วยลดการป่วยที่รุนแรงและเสียชีวิต ช่วยชะลอการระบาดของโรค
ช่วยให้โรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพยังคงรองรับผู้ป่วยได้
สิ่งสำคัญที่จะต้องปฏิบัติตามคือมาตรการป้องกันส่วนบุคคล การสวมหน้ากากอนามัย
งดการคลุกคลีใกล้ชิด และไม่รับประทานอาหารร่วมกัน ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน งดการเดินทางที่ไม่จำเป็น
ตามแนวทางและมาตรการที่ ศบค. กำหนด” นายอนุทิน กล่าว

